หากให้แฟนบอลหลาย ๆ คนช่วยกันนึกชื่อผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลขึ้นมาสักหนึ่งชื่อที่ทำผลงานคุมทีมได้เจิดจรัส เชื่อเหลือเกินว่าแฟนบอลคงมีชื่อของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือชาวสกอตต์ อยู่ในลิสต์รายชื่อลำดับต้น ๆ แน่นอน เพราะ "ท่านเซอร์" สามารถกลั่นมันสมองสร้าง "ปีศาจแดง" ให้ขึ้นมาเป็นโคตรทีมแถวหน้าของโลก หลังจากใช้เวลาอยู่ในรั้ว โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ถึง 23 ปีด้วยกัน
 
แน่นอนการใช้เวลาคุมทีม ๆ หนึ่งได้นานถึงขนาดที่ว่าถ้าเลี้ยงลูกก็คงโตเป็น...หนุ่มแล้ว "เซอร์เฟอร์กี้" ต้องเคยครุ่นคิดตัดสินใจไปนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งผลของตัดสินใจย่อมถูกบ้างผิดบ้าง แต่ที่ผู้เขียนนำมาให้อ่านในวันนี้ ได้มาจากเว็บไซต์ของ "เดอะ ซัน" แท็บลอยด์ชอบเล่นข่าว ซึ่งจัดทำ 10 สุดยอดการตัดสินใจของ "ป๋ากี้" นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาคุม "ผีแดง" ซึ่งมีเรื่องอะไรบ้างโปรดทอดสายตาดูด้านล่างก็จะได้ทราบอย่างแจ่มแจ้งแดงแจ๋แน่นอนส่วนจะถูกใจหรือไม่โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะจ๊ะ

อันดับ 10 : ปฏิเสธรับงานคุมทัพ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ อาร์เซน่อล
"ปีศาจแดง" ไม่ได้เป็นสโมสรแรกในเมืองผู้ดีนะครับที่พยามยามจะฉุดกระชากลากถูผู้จัดการทีม อเบอร์ดีน นามว่า เฟอร์กี้ ที่กลายเป็นตำนานของสโมสรหลังพาทีมดังแห่งสกอตติช พรีเมียร์ลีก เถลิงแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ เมื่อปี 1983
เพราะก่อนหน้านี้มี "ไก่เดือยทอง" ที่อยากให้ไปคุมทีมแทน ปีเตอร์ ชรีฟส์ และ อาร์เซน่อล ที่หวังจะให้เข้ามาทำทีมแทน ดอน ฮาวว์ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อ "ผีแดง" มีการติดต่อเข้าไป เฟอร์กี้ ก็ตัดสินใจรับงานคุมทีมแทนที่ของ รอน แอ็ตกินสัน โดยทันทีเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ปี 1986 

อันดับ 9 : การค้นพบสุดยอดดาวรุ่งอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้
หลังจากเหล่าสาวก "เร้ด เดวิลส์" ต่างตกอยู่ในอาการหวาดกลัวว่าจะมีใครเข้ามาสืบทอดตำนานเสื้อแดงหมายเลข 7. แทนที่ เดวิด แบ็คแฮม ที่โดนฤทธิ์สตั๊ดบินจนตัดสินใจแยกทางไปเดินแบบ เอ๊ย ! ไม่ใช่ ไปโม่แข้งกับ เรอัล มาดริด เฟอร์กี้ ก็ไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวังเมื่อตัดสินใจทุ่มเงินกว่า 12.24 ล้านปอนด์ หรือถ้าเป็นเงินบาทก็กว่า 600 ล้านบาทเลยทีเดียว เพื่อแลกกับการได้ตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งตอนนั้นอายุอานามอยู่ที่ 18 ขวบปี และเป็นดาวรุ่งคนหนึ่งของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน
ซึ่งการเซ็นสัญญาครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันการติดสินใจที่ถูกต้องของ เฟอร์กี้ หลังจากถึงตอนนี้แล้ว โรนัลโด้ ตกเป็นข่าวกับ เรอัล มาดริด ที่พร้อมทุ่มเงินกว่า 80 ล้านปอนด์ (ราว 4,000 ล้านบาท) เพื่อให้ได้ตัวแต่สุดท้ายเรื่องดังกล่าวก็ไม่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้ก็โยงกับการตัดสินใจอันดับ 8 ของ เฟอร์กี้ อีกด้วย 
  
อันดับ 8 : การดื้อแพ่งไม่ยอมปล่อยให้ โรนัลโด้ ย้ายทีม
ทำเอาเหล่าสาวกพันธุ์แท้ของ "ปีศาจแดง" หายใจหายคอไม่ทั่วท้องไปเหมือนกัน เมื่อเกือบต้องเสีย โรนัลโด้ ที่แบะท่าพร้อมย้ายไปเล่นให้กับทีมขวัญใจวัยเด็กอย่าง เรอัล มาดริด ก่อนที่เวลาต่อมา เฟอร์กี้ จะใช้วาทะอันแยบยลปนยะเยือกกล่อมให้ โรนัลโด้ อยู่เล่นกับทีมต่อจนถึงทุกวันนี้ 

อันดับ 7 : ตัดหางปล่อยวัด เดวิด เบ็คแฮม ออกจากทีม
"เจ้าพ่อลูกนิ่ง" อย่าง เบ็คแฮม เริ่มมีความสัมพันธ์แบบด่ำดิ่งลงเหวกับ เฟอร์กี้ หลังจากที่ตัดสินใจออกเรือนไปแต่งงานกับศรีภรรยาคนปัจจุบันอย่าง วิคตอเรีย และก็เป็นอีกครั้งที่ เฟอร์กี้ พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีใครใหญ่ค้ำฟ้ากว่าสโมสรแน่นอน หลังจากไม่ลังเลใจจัดการปล่อยตัว เบ็คแฮม ให้ย้ายไปหากินต่างแดนกับ เรอัล มาดริด ด้วยสนนค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ราว 1,250 ล้านบาท)

อันดับ 6 : การยืนยันอย่างเชื่อมั่นในการคว้าตัว รุด ฟาน นิสเตลรอย
เฟอร์กี้ ทำเอาหลายฝ่ายงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อเจ้าตัวยืนกรานว่าตัดสินใจที่จะคว้าตัว "พี่ม้า" จาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ให้ได้ แม้ว่าช่วงนั้น นิสเตลรอย ต้องเจอปัญหาเข่าพังเล่นงานอยู่เนือง ๆ โดยในปี 2001 เฟอร์กี้ จัดการจ่ายเงินมูลค่ากว่า 18 ล้านปอนด์ (ราว 900 ล้านปอนด์) เพื่อแลกกับ นิสเตลรอย ซึ่ง เฟอร์กี้ ก็แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าคิดอะไรไม่มีผิดจริง ๆ หลังจากตลอดช่วง 5 ซีซั่น ในโรงละครแห่งความฝัน "พี่ม้า" จัดการถลุงตาข่ายคู่แข่งไปแบบไม่ไว้หน้าใครถึง 150 ประตู

อันดับ 5 : การตัดสินใจพับโครงการยกเลิกคุมทีม
เหล่าสาวก "ผีแดง" เกือบที่จะต้องนั่งน้ำตาไหลอาบแก้มกันเป็นแถว ๆ เมื่อ เฟอร์กี้ ออกมาประกาศว่าตัดสินใจที่จะเกษียณอายุการทำทีมหลังจากที่จบฤดูกาล 2001-2002 แต่ในเวลาต่อมาเขาตัดสินใจพับแผนดังกล่าวออกไปก่อนและอยู่คุมทีมต่อ ซึ่งในฤดูกาลต่อมา เฟอร์กี้ ก็สามารถทำสิ่งมหัศจรรย์ได้อีกครั้งเมื่อพาพลพรรค "ผีแดง" พลิกล็อกชนิดฟ้าถล่มกลับมาคว้าแชมป์ลีกได้ หลังจากมีคะแนนตามหลัง "ปืนใหญ่" ไกลสุดกู่อยู่ 8 คะแนน

อันดับ 4 : การตัดสินใจเปลี่ยนตัวซูเปอร์ซับนัดช็อกโลกชนะ บาเยิร์น มิวนิค
ในเกมชิงถ้วยหูใหญ่ของยุโรป เมื่อปี 1999 ที่สนาม คัมป์ นู ของ บาร์เซโลน่า เหล่าแข้ง "เสือใต้" ต่างเตรียมตัวที่จะฉลองแชมป์กันอยู่รอมร่อในอีกไม่กี่อึดใจหลังจากทีมนำอยู่ 1-0 แต่แล้วเมื่อ เฟอร์กี้ จัดการเปิดหมากแลกด้วยการส่ง 2 กองหน้าสำรองอย่าง เท็ดดี้ เชอริงแฮม และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ลงไป
และ เฟอร์กี้ ก็พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าการตัดสินใจครั้งนี้ถูกยิ่งกว่าถูกขนาดไหน เมื่อทั้ง 2 กองหน้าจัดการตะบันคนละประตูในช่วงท้ายเกม ทำให้ "ปีศาจแดง" พลิกกลับมาชนะในท้ายที่สุด 2-1 และคว้าแชมป์ซึ่งถือเป็นถ้วยยูโรเปี้ยน คัพ ใบแรกของสโมสรนับตั้งแต่ปี 1968 โดยที่ เฟอร์กี้ ก็ได้รับการประดับยศให้เป็น เซอร์ อเล็กซ์ ในเวลาต่อมา 

อันดับ 3 : "You CAN win things with kids"
ประโยคฮิตที่ยังคงแทงใจเหล่า "เร้ด เดวิลส์" ที่พลั่งพรูออกมาจากปากของ อลัน แฮนเซ่น ที่เคยบอกกับ เฟอร์กี้ ว่า "คุณไม่สามารถคว้าแชมป์ได้หรอกหากใช้นักเตะเด็ก ๆ เหล่านี้" ซึ่งคำตอบที่ตะโกนออกมาจากโรงละครแห่งความฝัน ในฤดูกาล 1995-1996 คือ "โอ้ ใช่ เราทำได้"
เพราะในปีนั้น "ผีแดง" ทะยานคว้าแชมป์ลีกโดยที่แข้งในทีมเต็มไปด้วยเด็กสร้างมากมายอย่าง แกรี่ เนวิลล์, ฟิล เนวิลล์, เดวิด เบ็คแฮม, พอล สโคลส์ และนิคกี้ บัตต์ และเมื่อรวมกับอีกหนึ่งดาวรุ่งอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ ทั้ง 6 คนก็กลายเป็น 6 แข้งพลังหนุ่ม ที่พา แมนฯ ยูไนเต็ด บินสูงทำแต้มทิ้งห่าง นิวคาสเซิ่ล ขาดลอยถึง 14 แต้มด้วยกัน

อันดับ 2 : การตัดสินใจเซ็นสัญญาคว้า รอย คีน เข้าสู่ทีม
ในช่วงซัมเมอร์ปี 1993 เฟอร์กี้มีเรื่องให้ครุ่นคิดอย่างมากกับสถานการณ์ว่าจะเลือกจรดปากกาเซ็นสัญญาคว้าใครดีเพื่อให้เข้ามาแทนที่ของ ไบรอัน ร็อบสัน และสายตาอันหลักแหลม เฟอร์กี้ ก็เหวี่ยงไปสะดุดกับหนุ่มน้อยชาวไอริช ที่ตอนนั้นเล่นอยู่กับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ นามว่า รอย คีน ซึ่งในเวลาต่อมากลายเป็นแข้งระดับตำนานอย่างไม่มีใครสงสัย และ เฟอร์กี้ ก็พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าตัดสินใจไม่ผิด ที่ตอนนั้นเจียดค่าตัว 3.75 ล้านปอนด์ (ราว 188 ล้านบาท) เพื่อให้ได้มาซึ่ง 12 ปีแห่งความมหัศจรรย์จาก รอย คีน

อันดับ 1 : การตัดสินใจดึง เอริก "เดอะ คิง" คันโตน่า สู่ทีม
และแล้วก็มาถึงโพลอันดับ 1 แห่งการตัดสินใจของ เฟอร์กี้ ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าแฟนบอลพันธุ์แท้ของ "ผีแดง" คงไม่กล้าปฏิเสธว่านี่คือสุดยอดการตัดสินใจของ บรมกุนซือ เฟอร์กี้ อย่างแน่นอน โดยต้องย้อนกลับไปในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 1992 เฟอร์กี้ ตัดสินใจเจียดเงิน 1.2 ล้านปอนด์ (ราว 60 ล้านปอนด์) ให้กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด เพื่อเป็นค่าตัวในเซ็นสัญญากับ เอริก คันโตน่า
และเมื่อดูจากสถิติของ "ก็องโต้" ตลอด 5 ฤดูกาลในสีเสื้อ "ปีศาจแดง" ก็บ่งบอกถึงการตัดสินใจของ เฟอร์กี้ ได้เป็นอย่างดี เมื่อ คันโตน่า กลายเป็นแม่ทัพพาทีมคว้าแชมป์ลีก ได้ 4 สมัย, แชมป์ เอฟเอ คัพ 2 สมัย และแชมป์ฟุตบอลการกุศลเปิดหัวฤดูกาลอย่าง คอมมิวนิตี้ ชิลด์ หรือ สมัยก่อนเรียกว่า แชร์ลิตี้ ชิลด์ อีก 3 ด้วยกัน และได้รับฉายาจากเหล่า "เร้ด เดวิลส์" ให้เป็น "เดอะ คิง" จวบจนถึงทุกวันนี้

Comment

Comment:

Tweet

สวยดี คนบ้าmanu

#13 By bestzade on 2009-12-15 17:19

ggood job

#11 By momon on 2009-12-14 18:56

เยี่ยมๆเลย

#10 By (124.120.74.254) on 2009-12-14 18:53

ใครคือเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน sad smile

#9 By PiNKY on 2009-12-14 18:51

อืมมม

มาเม้นให้แย้วน้า

อดจองเม้นน นแรก กเยยอ่ะ

angry smile

#8 By (124.122.85.120) on 2009-12-14 18:50

-0-

ครัวซอง 40 ชั้นไรของแกอ่ะ ?

embarrassed

#7 By White Dragon on 2009-12-13 21:25

ขอบคุณนะ คลบ้า MAN U

บ้า MAN U มากขอติอย่างเป็นทางการ
(ซ้ำ)ขอติอย่างเป็นทางการ คร๊าquestion
บ้า MAN U มากขอติอย่างเป็นทางการ
(ซ้ำ)ขอติอย่างเป็นทางการ คร๊าquestion
ดีคั๊บ question

เค้าลงเมล่อนปังไว้ให้แกแร้วน้า

อย่าลืมไปเม้นให้เค้าด้วย

เม้นเยอะๆ

แล้วจาเม้นกลับ big smile

#2 By White Dragon on 2009-12-12 15:45

จองเม้นเเร กก !!
ก๊า ก ๆ ~ open-mounthed smile

#1 By ยัยต๊อ งง !! ^O^ on 2009-12-12 14:05